คำถามแรกคือของเดิมหนักแค่ไหน ไม่ใช่จะติดแผ่นอะไร
การกั้นเสียงด้วยมวลทำงานเป็นสัดส่วน ไม่ใช่การบวกเพิ่ม ทุกครั้งที่มวลต่อพื้นที่เพิ่มเป็นสองเท่า ค่าการลดเสียงจะเพิ่มขึ้นประมาณ 6 เดซิเบล นั่นแปลว่าการเพิ่มมวลประมาณ 5 กิโลกรัมต่อตารางเมตรให้ผนังเบาที่มีอยู่ราว 10 กิโลกรัมต่อตารางเมตร เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้ยิน ส่วนการเพิ่มมวลเท่ากันให้ผนังคอนกรีตที่มีอยู่แล้ว 350 กิโลกรัมต่อตารางเมตร เป็นความคลาดเคลื่อนในการปัดเศษ
| โครงสร้างเดิม | มวลโดยประมาณ (กก./ตร.ม.) | การเพิ่ม MLV คุ้มหรือไม่ |
|---|---|---|
| รั้วไม้ แผ่นเมทัลชีท หรือผนังตู้ครอบเหล็กบาง | ประมาณ 5 ถึง 15 | คุ้มมาก และมักได้ผลชัดที่สุด |
| ผนังโครงเบากรุยิปซัมสองด้าน | ประมาณ 20 | คุ้ม โดยเฉพาะเมื่อติดตั้งภายในช่องผนัง |
| ผนังอิฐมวลเบา 75 มม. ฉาบสองด้าน | ประมาณ 50 ถึง 70 | คุ้มพอสมควร ถ้าซีลช่องเปิดครบแล้ว |
| ผนังก่ออิฐมอญ 100 มม. ฉาบสองด้าน | ประมาณ 180 ถึง 220 | ได้ผลน้อย ควรใช้งบกับประตูและช่องเปิดก่อน |
| ผนังคอนกรีตหล่อ 150 มม. | ประมาณ 350 | แทบไม่เปลี่ยนอะไร ไม่แนะนำ |
ตัวเลขในตารางนี้เป็นค่าทั่วไปของชนิดโครงสร้าง ไม่ใช่ค่าที่วัดจากอาคารของคุณ และไม่ใช่ข้อมูลจากผู้ผลิตวัสดุ ประโยชน์ของมันคือช่วยตอบก่อนใช้เงินว่าปัญหาของคุณอยู่ที่มวลของผนัง หรืออยู่ที่ช่องเปิดและเส้นทางอื่นซึ่งพบบ่อยกว่ามาก
ทำไมผนังโครงเบาถึงได้กำไรมากกว่าที่กฎมวลบอก
ตามเอกสารของผู้ผลิต ผนังยิปซัมโครงเหล็กสองด้านมีค่า STC 33 และเพิ่มเป็น 51 เมื่อเพิ่มแผ่น MLV หนา 3 มิลลิเมตรเข้าไปในผนัง ซึ่งเป็นค่าห้องปฏิบัติการ ส่วนต่างนี้มากกว่าที่กฎมวลอธิบายได้ด้วยตัวเอง เพราะแผ่นถูกติดตั้งอยู่ในผนังที่มีสองผิวและมีช่องว่างตรงกลาง มวลที่เพิ่มเข้าไปจึงทำงานร่วมกับโครงสร้างสองชั้นนั้น
ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงคือ แผ่นเดียวกันให้ผลไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับว่าเอาไปวางไว้ตรงไหน ติดในช่องผนังของโครงสร้างสองชั้นได้ผลมากที่สุด ติดทับผิวผนังเบาแล้วปิดทับด้วยยิปซัมได้ผลรองลงมา ส่วนการแปะทับผนังคอนกรีตตันได้ผลน้อยที่สุด และมักไม่คุ้มค่าวัสดุ
ลำดับงานสำหรับการปรับปรุงของเดิม
- ตรวจก่อนว่าเสียงเข้าทางผนังจริงหรือไม่ ฟังทีละจุด ทั้งประตู ช่องท่อ กล่องปลั๊ก ขอบวงกบ และแนวใต้ฝ้า
- ซีลช่องเปิดทั้งหมดที่ปิดได้ก่อน งานนี้ถูกที่สุดและกำหนดเพดานของทุกอย่างที่ทำหลังจากนี้
- ปิดช่องฝ้าเหนือแนวผนังกั้น ถ้าฝ้ายังต่อเนื่องถึงกัน เสียงจะข้ามด้านบนโดยไม่ผ่านผนังเลย
- ยึดแผ่น BB830 ทับผิวเดิมด้วยกาว BA990 ให้แผ่นซ้อนทับกันที่รอยต่อและปิดรอยต่อให้ต่อเนื่อง
- ซีลขอบทุกด้านด้วย BA890 และอุดหลังกล่องปลั๊กด้วยแผ่นอุด BA650
- ปิดทับด้วยยิปซัม 12 มิลลิเมตร แล้วซีลขอบแผ่นอีกครั้งก่อนฉาบ ความหนารวมที่เพิ่มขึ้นประมาณ 20 ถึง 30 มิลลิเมตรต่อด้าน
รั้ว ตู้ครอบ และงานภายนอก
รั้วและตู้ครอบเดิมเป็นกลุ่มที่ได้กำไรจากการเพิ่มมวลมากที่สุด เพราะของเดิมเบามาก แผ่น MLV เป็นสีดำและทนรังสียูวีสูงตามเอกสารของผู้ผลิต แต่ต้องยึดด้วยจุดยึดเชิงกลตามแนวขอบ ไม่ใช่พึ่งกาวอย่างเดียว และต้องมีโครงรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ม้วนขนาด 5 ตารางเมตรหนักประมาณ 25 กิโลกรัม
เมื่อไรไม่ควรทำ
- ผนังคอนกรีตหรือผนังก่ออิฐหนาที่หนักอยู่แล้ว การเพิ่มประมาณ 5 กิโลกรัมต่อตารางเมตรไม่ทำให้ได้ยินความต่าง ให้ไปแก้ที่ประตู หน้าต่าง และช่องท่อ
- ยังเข้าไม่ถึงขอบผนังเพื่อซีลได้ครบทุกด้าน แผ่นที่ซีลขอบไม่ได้จะไม่ให้ผลที่คุ้มกับเงินที่จ่าย
- ปัญหาคือเสียงฝีเท้าจากชั้นบนหรือการสั่นสะเทือนจากเครื่องจักร ซึ่งเดินทางผ่านโครงสร้าง ไม่ผ่านผนัง
- ปัญหาคือเสียงก้องในห้องเดียวกัน ซึ่งต้องใช้วัสดุซับเสียง ไม่ใช่วัสดุกั้นเสียง
- ผนังมีช่องเปิดที่ปิดไม่ได้ เช่น ช่องลมหรือช่องบริการ ช่องเปิดประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่จำกัดค่าการกั้นเสียงไว้ที่ราว 20 เดซิเบลอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเพิ่มมวลเท่าไร
- ห้องเช่าที่ยังไม่ได้ตกลงเรื่องการคืนสภาพ แผ่นที่ยึดด้วยกาวและปิดทับยิปซัมแล้วไม่ใช่งานที่รื้อคืนได้ง่าย