เสียงในโรงงานเดินทางสองทางพร้อมกัน
เสียงจากเครื่องจักรเดินทางสองทางในเวลาเดียวกัน ทางแรกคือเสียงที่ลอยผ่านอากาศออกจากตัวเครื่องไปหาคนงานและอาคารข้างเคียง ทางที่สองคือการสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านฐานเครื่อง พื้นคอนกรีต ท่อ และโครงเหล็ก ไปทำให้แผ่นเหล็กหรือผนังที่อยู่ห่างออกไปสั่นและแผ่เสียงออกมาอีกทอดหนึ่ง วัสดุคนละชนิดแก้คนละทาง และนี่คือจุดที่งานลดเสียงโรงงานส่วนใหญ่ผิดพลาดตั้งแต่ต้น
ในทางปฏิบัติ เสียงที่ออกจากตู้ครอบเครื่องจักรมักไม่ได้ออกทางผนังตู้ แต่ออกทางช่องที่จำเป็นต้องมีอยู่แล้ว ได้แก่ ช่องระบายความร้อน ช่องร้อยสายไฟและท่อลม ช่องลำเลียงชิ้นงานเข้าออก ประตูซ่อมบำรุงที่ซีลไม่สนิท และช่องว่างใต้ขอบตู้ ถ้ายังไม่ได้ไล่ปิดช่องเหล่านี้ การเพิ่มความหนาให้ผนังตู้แทบไม่เปลี่ยนผลลัพธ์
เลือกเกรดไหน และเพราะอะไร
สำหรับเสียงที่ผ่านอากาศ ใช้แผ่นกันเสียง MLV BB830 ซึ่งมีมวลประมาณ 5 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ที่ความหนาประมาณ 3 มิลลิเมตร ตามเอกสารของผู้ผลิต อ้างอิง BB830/20/v2 ข้อได้เปรียบในงานโรงงานคือได้มวลโดยกินความหนาเพียงประมาณ 3 มิลลิเมตร จึงหุ้มตู้ครอบหรือบุผนังเดิมได้โดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างและไม่เบียดพื้นที่เดินงาน ค่าของวัสดุเดี่ยวคือ STC 32 ที่ความหนา 3 มิลลิเมตร ตามเอกสารของผู้ผลิต ซึ่งเป็นค่าห้องปฏิบัติการ
สำหรับแผ่นเหล็กบางที่สั่นและก้อง เช่น ฝาครอบเครื่อง แผงกันชิ้นงาน ท่อลม รางลำเลียง และถังพัก การเพิ่มมวลอย่างเดียวไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ เพราะเสียงเกิดจากการสั่นของแผ่นเอง ไม่ใช่เสียงที่ลอยมาจากที่อื่น กรณีนี้ใช้แผ่นหน่วงการสั่นสะเทือน BlastVib BB460 ปะลงบนแผ่นเหล็กโดยตรงเพื่อลดการสั่น แล้วจึงพิจารณาเพิ่มมวลด้วย BB830 ทับอีกชั้นเฉพาะเมื่อยังจำเป็น
พื้นที่ที่มีงานเชื่อม งานความร้อน หรืออยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านอัคคีภัยของอาคาร ให้ใช้ BB830FR ซึ่งมีรายงานผลทดสอบจากห้องปฏิบัติการอิสระ SGS ตามมาตรฐาน AS/NZS 1530.3:1999 รายงานเลขที่ AJFTS26000525R01_EN ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ดัชนี 0/0/0/7 และตัวอย่างทดสอบทั้งหกชิ้นไม่ติดไฟ
ส่วนเครื่องจักรที่เสียงเด่นอยู่ต่ำกว่าประมาณ 160 เฮิรตซ์ เช่น ปั๊ม โบลเวอร์ และคอมเพรสเซอร์ ให้พิจารณา BB830LF ซึ่งเป็นแผ่นคนละตัวกับเกรดมาตรฐาน ไม่ใช่รุ่นย่อยของ BB830 มีมวลประมาณ 10 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ที่ความหนาประมาณ 5 มิลลิเมตร คือมีมวลเป็นสองเท่าของเกรดมาตรฐาน และมีค่า Rw 32 เดซิเบล ตาม ISO 717-1 ตามเอกสารของผู้ผลิต อ้างอิง BB830LF/DS/26/v2 ทดสอบตาม ISO 10140-2:2010 เมื่อเทียบกับ BB830 ด้วยข้อมูลหนึ่งในสามอ็อกเทฟของผู้ผลิตเอง BB830LF ดีกว่า 4.4 เดซิเบลที่ 125 เฮิรตซ์ แต่ด้อยกว่า 2.0 เดซิเบลที่ 250 เฮิรตซ์ และด้อยกว่า 7.5 เดซิเบลที่ 500 เฮิรตซ์ จึงได้ค่าตัวเลขเดียวเท่ากันทั้งสองเกรด การเลือกจึงต้องระบุย่านความถี่เสมอ เสียงเด่นต่ำกว่าประมาณ 160 เฮิรตซ์ใช้ BB830LF ตั้งแต่ประมาณ 250 เฮิรตซ์ขึ้นไปใช้ BB830 การเลือก BB830LF สำหรับเสียงย่านกลางหรือเสียงกว้างทั้งสเปกตรัมจะเสียมากกว่าที่ได้
| ลักษณะงาน | วัสดุที่ใช้ | ราคา |
|---|---|---|
| หุ้มตู้ครอบเครื่องจักร บุผนังและฝ้าห้องเครื่อง | BB830 | 1,122 /ตร.ม. (1,049) |
| แผ่นเหล็กบางที่สั่นและก้อง ฝาครอบ ท่อลม รางลำเลียง | BlastVib BB460 | 8,688 /ม้วน (8,120) |
| พื้นที่ที่มีข้อกำหนดด้านอัคคีภัย หรือมีงานความร้อน | BB830FR | 1,288 /ตร.ม. (1,204) |
| เครื่องจักรที่เสียงเด่นต่ำกว่าประมาณ 160 เฮิรตซ์ ปั๊ม โบลเวอร์ คอมเพรสเซอร์ | BB830LF | 1,761 /ตร.ม. (1,646) |
| ซีลรอยต่อ ขอบตู้ และช่องเจาะ | BA890 ซีลแลนท์ | 447 /หลอด (418) |
| ยึดแผ่นกับเหล็ก คอนกรีต และไม้ | BA990 กาว | 546 /หลอด (510) |
ลำดับงานที่ได้ผล
- หาก่อนว่าเสียงดังที่สุดออกจากจุดใด ฟังหรือวัดทีละจุดรอบเครื่อง อย่าเริ่มจากการสั่งของ
- ปิดและซีลช่องที่ปิดได้ทั้งหมด ประตูซ่อมบำรุง ช่องสายไฟ ช่องใต้ขอบตู้
- ช่องระบายอากาศที่ปิดไม่ได้ ต้องใช้ตัวลดทอนเสียงที่ยอมให้ลมผ่าน ไม่ใช่แผ่นกันเสียง
- แผ่นเหล็กที่สั่น ปะด้วย BlastVib BB460 ก่อนคิดเรื่องเพิ่มมวล
- เพิ่มมวลด้วย BB830 ยึดด้วย BA990 ต่อแผ่นให้ซ้อนทับกันที่รอยต่อ แล้วซีลทุกแนวด้วย BA890
- ถ้ายังไม่พอตามเป้าหมาย จึงพิจารณาผนังสองชั้นที่แยกโครงสร้างออกจากกัน
ที่ที่แผ่นกันเสียงไม่ใช่คำตอบ
- ช่องระบายความร้อนและช่องลมที่ปิดไม่ได้ ต้องใช้ตัวลดทอนเสียงที่ออกแบบให้ลมผ่านได้ การเอาแผ่นกันเสียงไปปิดช่องลมทำให้เครื่องร้อนเกินและเสียหาย
- การสั่นสะเทือนที่ส่งจากฐานเครื่องลงพื้นและวิ่งไปตามโครงสร้าง ต้องแก้ที่แท่นเครื่องและอุปกรณ์รองรับการสั่น แผ่นที่ผนังไม่เกี่ยวข้องกับเส้นทางนี้
- เสียงก้องในโรงงานที่ทำให้สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง เป็นปัญหาการดูดซับเสียงภายในพื้นที่เดียวกัน ไม่ใช่การกั้นเสียง วัสดุคนละชนิด
- ผนังคอนกรีตหรือผนังก่ออิฐหนาที่มีมวลอยู่แล้วหลายร้อยกิโลกรัมต่อตารางเมตร การเพิ่มอีกประมาณ 5 กิโลกรัมต่อตารางเมตรแทบไม่เปลี่ยนอะไร ควรใช้งบกับประตู ช่องเปิด และช่องท่อแทน
- ผิวที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 93 องศาเซลเซียส เกินขีดจำกัดของวัสดุตามเอกสารของผู้ผลิต เช่น การปะทับท่อไอน้ำหรือผิวเตาโดยตรง
- เสียงความถี่ต่ำมาก ต่ำกว่าประมาณ 125 เฮิรตซ์ มวลอย่างเดียวได้ผลน้อย ต้องอาศัยระยะช่องว่างและการแยกโครงสร้างร่วมด้วย
สามหน้างานในไทยที่เราจัดหาวัสดุให้
บริษัท ไอเอซี อะคูสติกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้จัดหาวัสดุ BlastBlock ให้กับสามหน้างานด้านล่าง ทั้งสามงานติดตั้งโดยผู้รับเหมาอื่น ไม่ใช่งานติดตั้งของเรา ตัวเลขก่อนและหลังเป็นข้อมูลตามเอกสารบันทึกโครงการของ BlastBlock ไอเอซีไม่ได้เป็นผู้วัดเองและไม่ได้ตรวจสอบยืนยันตัวเลขเหล่านี้อย่างเป็นอิสระ
| หน้างาน | สิ่งที่แก้ | ก่อน | หลัง |
|---|---|---|---|
| โรงไฟฟ้าของรัฐวิสาหกิจ จังหวัดสมุทรปราการ | ช่องเปิดแนวตั้งบนผนังอาคารเครื่อง ปิดด้วยแผ่นกั้นเสียงแขวน | 87 dB(A) | 81 dB(A) |
| โรงงานปิโตรเคมี จังหวัดระยอง | หุ้มแนวท่อด้วยฉนวนใยแร่ความหนาแน่น 80 กก./ลบ.ม. ทับด้วย BlastBlock 3 มม. แล้วปิดผิวด้วยแผ่นอะลูมิเนียม | 103 dB(A) | 79 dB(A) |
| โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ จังหวัดระยอง | เครื่องบดและโบลเวอร์ ล้อมด้วยผนังกั้นเสียง | 102 dB(A) | 86 dB(A) |
งานหุ้มท่อในโรงงานปิโตรเคมีมีบันทึกละเอียดที่สุด ผลวัดด้วยกล้องถ่ายภาพเสียงที่วาล์วชุดเดียวกันลดจาก 103.6, 97.4, 95.8 และ 95.6 dB(A) เหลือ 81.9, 80.2, 79.9 และ 79.3 dB(A) ส่วนโครงสร้างหุ้มท่อชุดนี้ระบุค่า Rw 31 เดซิเบล (C -2; Ctr -3) และค่าการลดเสียงในย่านหนึ่งในสามอ็อกเทฟไล่จาก 15.7 เดซิเบลที่ 50 เฮิรตซ์ ขึ้นไปถึง 49.6 เดซิเบลที่ 5,000 เฮิรตซ์ ตามเอกสารบันทึกโครงการ ซึ่งเป็นค่าที่คำนวณจากโครงสร้าง ไม่ใช่ค่าที่วัดได้หน้างาน